การปล่อยวางและการยืนหยัด ใน Inner Development Guide (IDG)

ใน Inner Development Guide (IDG) มีทั้งคุณสมบัติด้านใน ที่ชวนให้เกิดการปล่อยวางและการยืนหยัด

ในส่วนของการปล่อยวางนั้น สำหรับผู้ฝึกปฏิบัติธรรม น่าจะคุ้นเคย และได้เคยสัมผัสผ่านใจตนเองมาแล้ว ก็จะช่วยให้สามารถเข้าใจ IDG ได้แบบง่าย ๆ ผ่าน 2 คุณสมบัติด้านใน คือ (1) การให้อภัย และ (2) การดำรงอยู่ในปัจจุบัน

🌳 การให้อภัย #Forgiveness

การให้อภัย คือ ความเต็มใจที่จะก้าวข้ามความเป็นศัตรู ทำงานผ่านปมภายใน และสร้างพื้นที่เพื่อการเยียวยา (Willingness to transcend hostility, work through trauma, and create space for healing.)

🌳 การดำรงอยู่ในปัจจุบัน #Presence

การดำรงอยู่ในปัจจุบัน คือ ความสามารถในการอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มเปี่ยม ณ ที่นี่ และ ขณะนี้ ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และตอบสนองอย่างมีความหมาย (Capacity to be fully present in the here and now, to accept reality as it unfolds, and to respond in meaningful ways.)

ในขณะเดียวกัน IDG ยังมีเข็มทิศนำทางในการเติบโตด้านในสู่การเปลี่ยนแปลงภายนอก ผ่านคำว่า "The good of the whole" ผมขอแปลว่าประโยชน์สุขต่อส่วนรวม (ไม่ใช่ผลประโยชน์) และมี 2 คุณสมบัติ ที่ชวนให้เรายืนหยัดต่อสิ่งนี้ คือ (1) ความกล้าหาญ และ (2) ความซื่อตรงและความจริงแท้

🌞ความกล้าหาญ #Courage

ความกล้าหาญ คือ การยืนหยัดเพื่อค่านิยมพื้นฐาน การตัดสินใจ การลงมือทำ และเมื่อจำเป็น ก็กล้าที่จะตั้งคำถามและท้าทายโครงสร้างหรือมุมมองที่มีอยู่เดิม (Standing up for fundamental values, making decisions, taking action, and, when needed, questioning and disrupting established structures and views.)

🌞ความซื่อตรงและความจริงแท้ #Integrity and #Authenticity

ความซื่อตรงและความจริงแท้ คือ ความมุ่งมั่นอย่างจริงใจต่อความซื่อสัตย์และคุณค่าที่มั่นคง แสดงออกและสื่อสารผ่านการกระทำ (A sincere commitment to honesty and firmly grounded values, expressed and embodied in action.)

เมื่อการปล่อยวางและการยืนหยัดมาบรรจบเข้าด้วยกัน ทำให้ผมคิดถึงการมีชีวิตที่เข้าใจทั้งทางธรรมและทางโลก เห็นถึงความจำเป็นที่เราจะมีบุคลากรที่มีสติ มีใจที่เป็นอิสระจากสิ่งกระตุ้นทั้งหลาย ได้มาเยียวยาจิตใจผู้คน การมีศูนย์ Retreat ที่พาให้เรากลับไปสู่ข้างในตนเอง เพื่อได้ทบทวน สร้างความกลมเกลียวภายในจิตใจ และเห็นถึงความจำเป็นที่เราจะมีบุคลากรที่มีพลังในการยืนหยัด ขับเคลื่อนและสนับสนุนงานเพื่อสังคม ไม่ปล่อยให้ความรุนแรงกดทับการเป็นอยู่ในสังคม

นี่กระมังที่นำไปสู่แนวคิดหลักของ IDG ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านในสู่การเปลี่ยนแปลงภายนอก (Inner Growth for Outer Change) สร้างคลื่นความเข้าใจร่วมกันว่า การเปลี่ยนแปลงภายนอกนั้น จะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านใน

เพื่อน ๆ คิดว่า...

ทั้งการปล่อยวาง และ การยืนหยัด

จะอยู่ในคนคนเดียวกันได้มั้ย

ถ้าทำได้ จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

หรือว่าเราควรเกื้อกูลกัน

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

  • ในเดือน พ.ย. 2568 เกิดมหาอุทกภัย ที่หาดใหญ่ อาสาสมัครต้องยืดหยัดคุณค่าในการช่วยชีวิตผู้คน ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลจิตใจ เมื่อไม่พอใจระบบการทำงานของภาครัฐ และเกิดแรงต้านจากบางคนในบางพื้นที่ นอกจากนี้แล้ว ภายหลังน้ำลด อาสาสมัครอีกกลุ่มก็จะมีบทบาทสำคัญมากในการเยียวยาจิตใจผู้คน ให้ผ่านสภาวะในใจที่อาจยังรับไม่ได้ โกรธแค้น ซึมเศร้า ก่อนที่จะยอมรับ ผ่อนคลาย ปล่อยวาง ไปจนถึงการให้อภัยอดีต และกลับมาสู่ปัจจุบันได้ การเลือกผู้นำที่หวังว่าเขาจะเป็นคนที่ใช่ แล้วปล่อยให้เขานำเราเท่านั้นอาจไม่เพียงพอ แต่เราอาจจะต้องยืนหยัดและร่วมมือกัน ไม่ส่งเสริมคนที่ไม่ถนัดในงานที่ทำ มานำประเทศ 
  • ในการใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือ เกิดมีข้อผิดพลาดที่ชัดเจน ในการคิดค่าบริการเกินจริงตลอด 2 เดือน ผมในฐานะผู้ใช้บริการจำเป็นต้องยืนหยัดความถูกต้อง ในขณะเดียวกันก็ต้องปล่อยวาง เพื่อดูแลการสื่อสารแบบที่ให้เกียรติ Call Center พนักงานที่คอยรับเรื่องและแก้ปัญหาให้ ผลสุดท้าย คือ องค์กรยินดีช่วยด้วยการโยกเงินที่ตัดบัตรเครดิตของผมไปแล้ว ให้กลายเป็นยอดเงินสะสมที่ชำระล่วงหน้า (Advanced Payment) ของเดือนถัด ๆ ไป
  • ครั้งหนึ่ง ผมจองห้องพักที่ต่างประเทศผ่านตัวแทน แต่การสื่อสารคลาดเคลื่อน ทำให้ได้ที่พักไม่ตรงกับความต้องการ การให้อภัยและปล่อยวางเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันผมก็จำเป็นต้องยืนหยัดความถูกต้องต่าง ๆ หลังการเจรจาประนีประนอม ทำให้ผลสุดท้าย เจ้าของที่พักรับปากว่าผมจะได้พัก ในที่พักที่ใกล้เคียง 5 สัปดาห์ และจะมีการย้ายไปพักในที่ที่ต้องการอีก 3 สัปดาห์ ในเรื่องนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า คนไทยมีวัฒนธรรมที่ประนีประนอมไปจนถึงยอมตามรวมถึงตัวผมด้วยในทีแรก แต่การมีโอกาสได้เชื่อมโยงกับสังคมโลกบ่อย ๆ ผมพบว่า คนไทยอาจเพิ่มการยืนหยัดในการสื่อสารมากขึ้นได้ (Assertiveness) ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในการทำงานให้ตรงความต้องการที่แท้จริง
  • ในวิถีการฝึกสติแบบหมู่บ้านพลัม (Plum Village) จะมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรม หรือ Retreat Center ในขณะเดียวกันผู้ที่มาฝึกปฏิบัติธรรมส่วนหนึ่ง คือ คนทำงานเพื่อสังคม (Social Worker) การเกื้อกูลกันจึงเกิดขึ้นในสังฆะหรือชุมชน การปล่อยวางและการยืนหยัด จึงดำเนินการไปได้ร่วมกัน เรามาบ่มเพาะสติร่วมกันที่ Retreat Center และกระจายตัวกันออกไป เพื่อขับเคลื่อนงานที่มีคุณค่าอย่างมีสติ

--- รัน ธีรัญญ์ 

Run Wisdom Soft Skills Trainer, Contemplative Facilitator, and Certified Strengths Coach
Since:
Update:

Read : 26 times