ช่วงนี้ ผมกำลังเตรียมสอน หลักสูตรใหม่ เกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้คน 🌸✨️
หลายเดือนที่ผ่านมา ผมค่อย ๆ ค้นหารากของศาสตร์ DISC ที่เป็นที่นิยมในองค์กร ที่ต้องทำเช่นนั้นเพราะ...
ถ้าเข้าถึงราก มันจะอิน สอนสนุก และสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ได้เต็มที่
เบื้องต้น DISC คือ การศึกษาลักษณะมนุษย์ โดยแบ่งเป็น 4 ด้านหลัก ๆ
⛔️ DISC แตกต่างจากเรื่องผู้นำสี่ทิศ (สัตว์สี่ทิศ) และแตกต่างจากเรื่อง Symbolic Shapes ถึงแม้จะแบ่งศึกษาเป็น 4 ด้านเหมือนกัน
⚠️ในขณะที่ มิติของคำอธิบายพฤติกรรม DISC มีความคล้ายกับ Social Style Model และ E-Colors อยู่พอสมควร
แล้วจริง ๆ DISC คือ อะไร
วันนี้ ผมไปค้นพบข้อมูลหนึ่ง และรู้สึกสัมผัสได้ถึงรากฐานที่สำคัญของ DISC
ข้อมูลนั้น คือ ข้อความของ ดร. วิลเลียม มุลตัน มาร์สตัน (William Moulton Marston) ผู้คิดค้น DISC และนำเสนอผ่านหนังสือ Emotions of Normal People ตั้งแต่ปี 1928
"Marston believed that people illustrate their emotions through four primary behavior types, which are responses based on how a person perceives themselves in relation to their environment." (Marston, 1928)
มาร์สตันเชื่อว่า มนุษย์แสดงออกทางอารมณ์ผ่านพฤติกรรมหลัก 4 รูปแบบ ซึ่งมันคือปฏิกิริยาตอบสนองที่ขึ้นอยู่กับว่า คนคนนั้นรับรู้และมองเห็นตัวเองอย่างไรเมื่อเทียบกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
❤️จากคำว่า "รับรู้และมองเห็นตัวเองอย่างไรเมื่อเทียบกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว" มันก็เลยแบ่งเป็น 4 แบบหลัก ๆ ครับจากเงื่อนไข ต่อไปนี้ครับ
🌎 พอเรามองว่า ตัวเราและสิ่งแวดล้อม แยกขาดจากกัน มันก็จะเกิดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับสิ่งแวดล้อม ว่าเป็นปฏิปักษ์หรือเป็นมิตร
🌏 พอเรามองว่า ตัวเราและสิ่งแวดล้อม แยกขาดจากกัน มันก็จะเกิดการเปรียบเทียบขึ้นมา โดยเปรียบเทียบว่า เราเหนือกว่า หรือด้อยกว่า ถ้าเราเหนือกว่าเราจะปล่อยพลังออกไป หรือถ้าเราด้อยกว่าเราจะกักเก็บพลังงานไว้
ด้วย 2 เงื่อนไขข้างต้น ก็จะเกิด ท่าทีที่แสดงออกมา 4 แบบอย่างค่อนข้างเป็นอัตโนมิติ โดยเราไม่ทันได้เลือก เราแสดงออกตามแบบที่แต่ละคนคุ้นเคย
จากหนังสือ "Emotions of Normal People" โดย William Moulton Marston ได้จำแนกอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ออกเป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งเป็นรากฐานของทฤษฎี DISC ในปัจจุบัน โดยสรุปลักษณะได้ดังนี้ครับ
เป็นการใช้ "พลังของตนเอง" (Motor Self) เพื่อเอาชนะหรือควบคุมอุปสรรคหรือสิ่งเร้าที่ด้อยกว่า ส่งผลให้ถูกมองว่าเป็นคนที่มีความก้าวร้าว (Aggressive), เชื่อมั่นในตัวเองสูง (Self-assertive), มีความมุ่งมั่น (Determined) และมีนิสัยดื้อรั้น (Stubborn) ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะและการขจัดอุปสรรคเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ
เป็นการปรับเปลี่ยน "ตัวเอง" ให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้าที่มีความเข้มข้นมากกว่าหรือเหนือกว่า ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ชอบทำตามกฎระเบียบ (Conforming), มีระเบียบวินัยดี (Well-disciplined) และให้เกียรติในอำนาจหรือความแข็งแกร่งของผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อสร้างความสอดคล้อง (Harmony) และการปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานหรือความสวยงามของธรรมชาติ
เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองเพื่อ "จูงใจ" หรือโน้มน้าวสิ่งเร้าที่อ่อนแอกว่าให้คล้อยตามในทางที่เป็นมิตร ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่แสดงออกด้วยความเป็นมิตรไมตรี (Friendliness), ใช้การโน้มน้าวใจมากกว่าการบังคับ และชอบสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อสร้างพันธมิตรและความรู้สึกอบอุ่นร่วมกัน
เป็นการลดความแข็งแกร่งของตัวเองลงเพื่อสร้างสมดุลกับสิ่งเร้าหรือบุคคลที่เหนือกว่า ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ดูนอบน้อม (Docile) ยอมอ่อนข้อให้ (Yielding), เชื่อฟัง (Obedient) และมีความถ่อมตัว (Humble) ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความกลมเกลียว โดยยอมรับในอำนาจที่เหนือกว่าด้วยความสมัครใจ
ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนคนที่มีมุมมองที่มองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นปฏิปักษ์ มาเป็นคนแบบที่มุ่งเน้นเรื่องงาน ประกอบด้วย
ยังคงใช้คำว่า Dominance
พุ่งชน เอาชนะ ควบคุมให้ได้งาน
ใช้คำว่า Conscientiousness แทน Compliance
ถอยมาคิด วิเคราะห์ ระมัดระวัง
และเปลี่ยนคนที่มีมุมมองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นมิตร มาเป็นคนแบบมุ่งเน้นเรื่องคน ประกอบด้วย
ใช้คำว่า Influence แทน Inducement
พุ่งไปหา แผ่ขยาย โน้มน้าวใจคน
ใช้คำว่า Steadiness แทน Submission
โอบรับ ร่วมมือ ประนีประนอม นิ่งๆ
เมื่อศึกษามาถึงตรงนี้ ผมเริ่มรู้สึกสนุก เชื่อว่าจะนำไปต่อยอด เพื่อออกแบบกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่จะเกื้อกูลให้ผู้เข้ากระบวนการ ได้ค้นพบความหมายของ DISC จากมิติด้านในตนเอง
เตรียมสอนไปเรื่อย ๆ จะถึงจุดหนึ่ง
ที่ทำให้รู้สึกพร้อม และสนุกในการสอนครับ
--- อ.รัน - ดร.ธีรัญญ์ ไพโรจน์อังสุธร
Reference:
งานเขียนที่เกี่ยวข้อง
