บริหารเวลา และ บริหารพลัง
เมื่อกล่าวถึงเรื่องการบริหารเวลา มักจะมีการพูดถึงการแบ่งงานเป็น 4 กลุ่ม ด้วยแกน 2 แกน แกนหนึ่งคือ งานสำคัญหรืองานไม่สำคัญ และอีกแกนหนึ่งคือ งานเร่งด่วนหรืองานไม่เร่งด่วน เมื่อตอบคำถามทั้ง 2 คำถามนี้ งานก็จะถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม
สรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้
🔴 ไม่สำคัญ และ ไม่เร่งด่วน ให้ตัดทิ้งหรือผัดไป
🟡 ไม่สำคัญ แต่ เร่งด่วน ใช้ระบบหรือคนอื่นช่วย
🔵 สำคัญ แต่ ไม่เร่งด่วน ให้วางแผนจัดลงตาราง
🟢 สำคัญ และ เร่งด่วน ให้ลงมือทำ
หลังจากที่ผมได้ทดลองทำตามนี้ ก็พบว่าใช้ได้ดีอยู่ในระยะสั้น ๆ ช่วงที่มีโปรเจคระยะยาว ๆ เช่น ตอนทำวิจัย, เขียนหนังสือ, certify การโค้ช และเป็นช่วงที่ไม่มีงานสำคัญที่เร่งด่วนมากเกินไป
สำหรับในช่วงเวลาที่มีงานสำคัญและเร่งด่วนมาก ๆ เช่นการประชุม การออกแบบหลักสูตร และการจัดฝึกอบรมที่มีอย่างต่อเนื่อง ผมพบว่าช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างทางมีความสำคัญมาก ๆ
ช่องว่างเล็ก ๆ นั้นก็เช่น การกินอย่างมีสติ การดื่มน้ำอย่างผ่อนคลาย การเดินด้วยลมหายใจที่สบาย การลุกยืนแล้วยืดเหยียดช้า ๆ เพื่อปรับผ่อนอารมณ์ เป็นต้น
ในช่วงเวลาแบบนั้น การบริหารจัดการเวลาแบบ 4 กลุ่ม เริ่มกลายเป็นภาระ จนในที่สุด ผมก็เลือกที่จะไม่ทำ เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายในตัวเอง เอาเวลาไว้พัก และสังเกตพลังงานตัวเองแทน อาจกล่าวได้ว่า ผมเลือกที่จะเปลี่ยนจาก การบริหารเวลา มาเป็นการบริหารพลังงานตนเอง
การบริหารจัดการพลังงานตนเองเป็นอย่างไร
มันคือการอาศัยช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างวัน สังเกตร่างกายตัวเอง ว่ามีอาการเคร่งตึงตรงไหน จากนั้นเราก็ผ่อนคลายด้วยความใส่ใจ ไม่เพียงแค่บิดขี้เกียจตามสัญชาตญาณเท่านั้น แต่เพิ่มความรู้เนื้อรู้ตัวเข้าไปด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงวิธีการที่ต้องทำเพื่อผลลัพธ์อะไร แต่ผมมักจะสัมผัสถึงความสุขในระหว่างที่ทำด้วย
ถึงแม้ช่วงที่งานเยอะ จะรู้สึกว่ามีเวลาน้อย แต่มันก็จะมีบางครั้ง ที่งานชุดใหญ่เสร็จสิ้นลง "นี่เรามีเวลาว่างแล้ว จริง ๆ เหรอ" ผมตกใจที่ตัวเองมีเวลาว่าง เหมือนจะได้พัก แต่พอมันยังไม่รู้ว่าจะพักอย่างไร บางทีก็เลือกทำกิจกรรมที่คล้ายจะเป็นการพัก แต่จริง ๆ ไม่ใช่ เพราะพลังงานชีวิตไม่ได้ถูกเติมเต็ม แต่กลับอ่อนเพลียกว่าเดิม เช่น การใช้ Social Media นาน ๆ เพียงแค่ฆ่าเวลาให้มันผ่านไป จากนั้นชีวิตก็จะกลับมางานยุ่งอีกครั้ง โดยไม่ทันได้พักจริง ๆ
การสังเกตพบแบบแผนชีวิตเช่นนี้ ทำให้ผมกลับมาฉุกคิดเพื่อวางแผนใหม่ แต่เป็นการวางแผนแบบง่าย ๆ ด้วยคำถามว่า อะไรคืองานที่เป็นอาชีพ และอะไรคืองานหรือกิจกรรมที่สนับสนุนพลังชีวิต
จากนั้น ผมก็แบ่งงานเป็นแค่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ มีความคาดหวังมาก งานที่เป็นอาชีพ เกี่ยวกับธุรกิจ และ มักจะมีกำหนดส่งงาน อีกกลุ่ม คือ มีความคาดหวังน้อย งานหรือกิจกรรมอะไรก็ได้ ที่เราอยากทำ ที่มันเสริมพลังงานชีวิต ที่เรามักบอกตัวเองว่า "ถ้ามีเวลา ฉันจะทำสิ่งเหล่านี้" เพื่อที่ว่าตอนที่ว่าง ๆ ขึ้นมา จะได้มีแนวทางป้องกันอาการสับสน โหวงเหวง และล่องลอย แน่นอนการนอนหลับเป็นส่วนหนึ่งในนั้น แล้วนอกจากนี้ล่ะมีอะไรอีกบ้าง
งานเพิ่มพลังชีวิต มักจะมีความคาดหวังน้อย หรือปล่อยวางความคาดหวังได้ง่ายขณะทำ นี่คือตัวอย่าง ที่ผมได้เขียนไว้ในช่วงนี้สำหรับตัวเอง คือ
ผมจะคอยอัพเดท list นี้อยู่เสมอ มันช่วยปรับสมดุลชีวิต ในช่วงเวลาที่มีงานล้นมือ และช่วยให้เกิดแนวทางในช่วงที่ภาระงานมากมายได้จบลง
ทุกวันนี้ ผมยังคงสอนการบริหารเวลา แบบที่แบ่งงานเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งยังมีเทคนิคที่มากมายเลยครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ ผมก็ต้องบอกผู้เรียนและตัวผมเองด้วยว่า ที่ผมทำอยู่จริง ๆ คือ การบริหารพลังงานชีวิตตนเองนะ และมันอาจแบ่งง่าย ๆ เป็นแค่ 2 กลุ่ม
"อะไรคืองานที่มีผลกระทบในทางโลกธุรกิจของเรา (มีความคาดหวังมาก) และอะไรบ้างคืองานที่เสริมพลังชีวิตในยามว่าง (มีความคาดหวังน้อย ปล่อยวางได้ง่าย)"
และถ้าใครสามารถรวมทุกงานที่ทำให้กลายเป็นหนึ่งได้จริง ๆ คือ ทั้งเป็นอาชีพและเป็นกิจกรรมเสริมพลังชีวิตด้วย ก็ขอแสดงความยินดีด้วยอย่างยิ่งครับ
--- รัน ธีรัญญ์
ดร.ธีรัญญ์ ไพโรจน์อังสุธร
งานเขียนที่เกี่ยวข้อง
