หลังจากได้ร่วมเรียนรู้ในโปรแกรม IDG Ambassador จนจบในปี 2568 ผมพบว่า "เป้าหมายการพัฒนามิติด้านใน" หรือ IDGs (Inner Development Goals) มีทั้งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์น่าสนใจ และมีทั้งสิ่งที่ยังเฝ้าติดตาม
IDGs มีที่ปรึกษาที่คร่ำหวอดมานานเกี่ยวกับการทำความเข้าใจมิติด้านในของมนุษย์ ได้แก่ Otto Scharmer, Robert Kegan, Peter Senge, และ Daniel J. Siegel เป็นต้น ซึ่งข้อนี้ดึงดูดใจผมมากจริง ๆ
IDGs มีเจตจำนงที่ดีมาก ๆ ที่จะเติมเต็มการแก้ปัญหาที่สลับซับซ้อนของโลกในยุคนี้ เรียกว่า "Adaptive Challenge" ที่จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนามิติด้านใน หรือ IDG ในฐานะจุดเปลี่ยนที่จะส่งผลมากต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกที่น่าอยู่ IDG จึงมี Motto หรือ Tagline ว่า "Inner Growth for Outter Change"
องค์ความรู้ที่ IDGs นำเสนอ อ้างอิงมาจากการทำวิจัย และมีการปรับปรุงให้ทันสมัย อย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี เพื่อบอกว่า มิติด้านใน มีคุณสมบัติอะไรบ้างที่จำเป็น ซึ่งช่วยให้นักการเรียนรู้และพัฒนามีแนวทาง เรียกว่า Inner Develooment Guide (ชื่อเดิม คือ IDG Framework) ปัจจุบันมีอยู่ 5 มิติ 25 คุณสมบัติ ขอเชิญกดอ่านรายละเอียดที่ลิงค์เหล่านี้
ผมสงสัยว่า กระบวนการวิจัยจะตกผลึกได้ด้วยตัวมันเองไปได้ถึงไหน จากการส่งมอบ Inner Development Guide ในเบื้องต้น ซึ่งอาจเรียกว่า เป็นองค์ความรู้ที่เผยแพร่ออกมา หรือเป็นความจริงแบบตกลงให้เข้าใจตรงกัน (Current Reality) มันจะถูกตกผลึกจนกลายเป็นการค้นพบแก่นสาระที่ลึกซึ้ง (Essence) ได้หรือไม่
ผมสังเกตพบว่า มีความพยายามสร้างบัญญัติหลักการเพิ่ม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำงานของทีมงาน (How) ก่อนที่หลักการนั้น จะนำไปสู่ Inner Development Guide (What) อีกชั้นหนึ่ง
มันจะเป็นไปได้ไหม ที่ในที่สุด Inner Development Guide จะถูกขัดเกลาเชิงลึก จนมันเป็นทั้งเหตุและผลได้ด้วยตัวมันเอง หมายถึง ทีมทำงานสามารถใช้ Inner Development Guide นี้ ในการทำงานร่วมกัน โดยไม่ต้องมีหลักการทำงานที่สร้างขึ้นมาซ้อนทับกันอีก
หากไปสู่จุดนั้นได้ เราอาจเห็นคำหลงเหลือไม่กี่คำ ที่เป็นตัวแทนขององค์ความรู้ที่มากมาย เสมือนใบไม้ในหนึ่งกำมือ เฉกเช่นที่เราพบได้ในแก่นของชุมชนทางจิตวิญญาณต่าง ๆ เช่น อูบุนตู, อินลัค เอช, ตถาตา, เต๋า, ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข, ความสันติ, ความไม่เบียดเบียน, อาตมัน, ไตรลักษณ์, interbeing หรือ ความเป็นดั่งกันและกัน เป็นต้น
ถึงกระนั้น Inner Development Guide ในตอนนี้ ก็มีประโยชน์อยู่มาก เพราะไม่ใช่ทุกองค์กรความร่วมมือ จะต้องการความลึกซึ้ง (Essence) ที่ยากจะสัมผัสได้ ความชัดเจนแบบงานวิจัยเช่นนี้ อาจเป็นใบเบิกทางที่นำไปสู่การร่วมมือในระดับสากล ที่จะส่งผลกระทบเชิงบวกได้
ผมรู้สึกชื่นชม IDGs ที่มีบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่อิสระเสรี จึงได้เห็นว่ามีทั้งความพยายามที่จะแยกเหตุกับผลออกจากกัน โดยมองว่า คุณสมบัติ 5 มิติ 25 ข้อในปัจจุบันนี้ คือ ผลลัพธ์ เสมือนเป็น Product ที่เอาไว้ใช้เผยแพร่แบบ Open Source
และในขณะเดียวกัน ผมก็สัมผัสได้ว่า มีคณะทำงานที่มีพลังงานที่เบิกบานอยู่ในปัจจุบัน หลอมรวมทั้งเหตุและผลเป็นหนึ่งเดียวกันเรียบร้อยแล้ว และมันอยู่ภายในเนื้อในตัวของเขา ดังเช่นผมพบว่ามี Facilitator ที่คอยโอบอุ้มวงแห่งการเรียนรู้ ให้เกิดความปลอดภัยทางใจ (Psychologucal Safety) นี้คือสิ่งที่ผมเชื่อมั่น จากการได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศขณะเรียนรู้
🌳 จากทั้งหมดนี้ ก็คือสิ่งที่น่าติดตามว่า จักรวาลของ IDG เมื่อขยายกว้างออกแล้ว จะยุบกลับจนเจอจุดเล็ก ๆ ที่ลึกซึ้ง (Singularity) เฉกเช่นเดียวกับ จักรวาลหลาย ๆ แห่ง ที่กำลังขับเคลื่อนมิติด้านในอยู่ในสังคมขณะนี้หรือไม่ หรือ IDG จะรับบทบาท เป็นเพียงผู้เติมเต็ม เพื่อสร้างใบเบิกทางให้เกิดความร่วมมือในระดับสากล
--- รัน ธีรัญญ์

Please share your reflections in the chat.
บทความที่เกี่ยวข้อง
