งานเขียนนี้ ผมขอนำเสนอผ่านประสบการณ์ ที่ได้นำเรื่องสุนทรียสนทนา (Dialogue) มาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน บ่อยครั้งก็เจอผลที่ดี และบางครั้งก็เจอความท้าทายจากด้านในตนเองที่กลายเป็นบทเรียน ขออนุญาตแบ่งปันเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ครับ
พื้นฐานการสานสัมพันธ์ คือ การรับฟัง แล้วค้นหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เข้มข้น ผ่านการโต้แย้งในความแตกต่าง ยังไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในขั้นนี้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าขั้นนี้จะจืดจาง มันท้าทายมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะเราอาจติดกับดักภาพลักษณ์ สิ่งที่สังคมว่าดี เราก็เกาะอยู่กับสิ่งนั้น จนทำให้เคลื่อนย้ายออกจากบทบาททางสังคมไปสู่ตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ อีกอย่างคือ การลืมตั้งหลักแล้วทุ่มสุดตัว เพื่อแสดงความเก่งฉกาจของตนเองทันที จนไป Kill idea คนอื่น เรียกว่าคว่ำตัวเองไม่ลง เลยไปคว่ำความสัมพันธ์แทน ในขั้นนี้ การตั้งสติ วางความคาดหวังตนเองชั่วคราว และ keep a low profile ไว้หน่อย จะทำให้น่ารักขึ้น
เมื่อรู้จักกันอย่างรอบด้านพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาเป็นตัวของตัวเอง กระทุ้งเปลือกตนเอง แสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา ในขั้นตอนนี้ ความท้าทายคือ การวางความคาดหวังของตนเองให้ได้อย่างน้อยชั่วคราว เพื่อเปิดพื้นที่ว่าง ๆ ในใจให้กับการรับฟังคนอื่น ที่เขาก็มีสิทธิ์จะมีความเห็นที่แตกต่างจากเรา ในขั้นนี้ จะทำอย่างไรให้รับฟังกันได้ เพื่อประคับประคองการสนทนาให้ตลอดรอดฝั่ง และทุกคนยังอยู่ไม่หนีไปไหน เหตุปัจจัยที่เกื้อกูลในขั้นตอนนี้ คือ การตระหนักรู้ในตนเอง การบริหารจัดการอารมณ์ การมีข้อตกลงในการเรียนรู้ร่วมกัน และต้นทุนความสัมพันธ์ที่บ่มเพาะมาก่อน
หลักการเป็นดั่งก้อนหิน ประสบการณ์เป็นดั่งสายน้ำ ความคุ้นชินเดิมของเรา คือ การพูดถึงหลักการที่เชื่อว่าจริง ก้อนหินทำให้ลำธารคดเคี้ยวสวยงาม แต่หากมีมากไปก็สกัดกั้นการไหลลื่นของสายธาร ลองคิดถึงภาพใครสักคนอ้างถึงคำคมของบุคคลที่มีชื่อเสียง แล้วทำให้คนอื่นที่มีเรื่องราวแตกต่างไป ปริปากไม่ได้อีก นั่นแหละคือการสะกัดการไหลของสายธาร เป็นอันว่าความหวังสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยใจจะยุติ คงไว้แค่การเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยอำนาจหนึ่งที่เหนือกว่า การจะก้าวต่อไปในขั้นนี้ ทางหนึ่งคือ การแบ่งปันประสบการณ์จริง ความรู้สึกที่ปรากฏจริง และนี่ก็คือ การเคลื่อนบทสนทนาด้วยสายน้ำ ถึงแม้ประสบการณ์และบริบทจะแตกต่างกันไป แต่นั่นก็ไหลล่องไปได้ด้วยความสุข ความทุกข์ ที่มนุษย์มีเหมือนกัน
หากเรามีโอกาสนั่งล้อมวงสนทนา ร่วมกับสังฆะหมู่บ้าน (Thai Plum Village) การสนทนานั้นก็จะเริ่มต้นที่ขั้นนี้ คือ การเชื้อเชิญให้เราร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรง มากกว่าทฤษฎี ด้วยการสื่อสารอย่างมีสติ การใช้วาจาแห่งรัก และการฟังอย่างลึกซึ้ง
เมื่อบทสนทนาเคลื่อนผ่านประสบการณ์ สายธารก็ไหลล่องไปสู่มหาสมุทรเดียวกัน เราสัมผัสถึงคุณค่าที่ก้นบึ้งของจิตใจของกันและกัน จนเปิดรับความหลากหลายในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และในสภาวะนี้เอง จะไม่มีความเหมือน ไม่มีความต่าง ทุกถ้อยคำที่ปรากฏขึ้น ไม่ว่ามาจากใครล้วนก้องดังอยู่ในใจเรา เฉกเช่นคนคนเดียวกัน ในสภาวะนี้ มีความเข้าใจและความรักอย่างสุดใจ ไม่มีการเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่รับรู้ว่าเรากำลังเคลื่อนไป ในความเป็นหนึ่งเดียวกัน
--- รัน ธีรัญญ์