เป็นอิสระจากการเปรียบเทียบ (Beyond Compare)

กิจกรรมหนึ่งที่มักจะทำเสมอในเวลาที่ได้เดินทาง และอยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยนั่นก็คือ การบันทึกเรื่องราวจากการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ หรืองานเขียน

แต่ครั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผมเหม่อมองไปที่จุดแลนด์มาร์คสำคัญของปารีสอย่าง "หอไอเฟล" แล้วก็คิด Content ที่จะพูด ที่จะเขียนไม่ออกเลย

ย้อนกลับไปก่อนที่จะมาปารีส ผมอยู่เมืองลียงมา 5 วัน ความคิดเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้นว่า "ผมชอบเมืองลียง มากกว่าปารีส" เพราะมันสวยงาม สงบ สะอาด และสบายตา 

และที่ว่าสบายตา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสบายใจด้วย สบายใจกับความสวยงามในระหว่างทาง พอปลายทางสวย และระหว่างทางก็สวย จึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรเด่นกว่าอะไรอย่างชัดเจน

ในขณะที่ตอนนี้ ที่อยู่ปารีส พอผมเพ่งมองไปที่สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ก็อดคิดไม่ได้ว่า คนสร้างคิดอะไรอยู่ในตอนสร้าง สร้างเพื่อตนเอง สร้างเพื่อกลุ่มพวกตนเอง หรือสร้างเพื่อมวลมนุษยชาติ

ผมมองไปที่หอไอเฟลอีกครั้ง โดยพยายามมองอย่างลึกซึ้งขึ้น เผื่อว่าจะเกิดความคิด ความรู้สึกบางอย่างที่มันมีความหมายที่งดงามมากพอที่จะเป็น Content ได้

ผมพยายามชำแหละองค์ประกอบของหอไอเฟล ผมเห็นเหล็กชิ้นเล็ก ๆ นับหมื่นชิ้น ที่ก่อประกอบกลายเป็นความยิ่งใหญ่ จากนั้นจิตใจผมไหลไปคิดถึงความเหน็ดเหนื่อยของคนทำงาน และแล้ว Content ก็ยังไม่มา 

ผมพยายามมองผ่านกาลเวลา ที่หอไอเฟลตั้งตระหง่านยืนหยัดมาอย่างยาวนาน ในมิตินี้ ผมก็ยังไม่ Connect เพราะผมแอบคิดว่า จะไม่คงทนบ้างก็ได้ จะเสื่อมสลายไปบ้างก็ได้ มันจึงยังไม่เกิด Content อะไรเช่นเคย 

ผมกลับมาที่พัก แล้วอาศัยช่วงกลางดึก เวลาตี 2 ในการใคร่ครวญอีกครั้ง คราวนี้ ผมย้อนกลับมาสังเกตใจตัวเองตรง ๆ และตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน

ผมสังเกตพบว่า ตัวเองต้องการค้นพบความงดงามในการเดินทาง อยากให้ตัวเองรู้สึกสบายใจหรือเข้ากันได้กับทุกสิ่งที่พบเห็น และไม่ยอมสัมผัสถึงความขัดแย้ง หรือไม่ยอมรับว่า "ฉันไม่เชื่อมโยงกับสิ่งใด"

เมื่อสังเกตพบว่า ประตูในใจได้ปิดอยู่ ผมจึงเริ่มต้นอนุญาตให้ตัวเองขัดแย้งได้ ในที่นี้คือ การขัดแย้งกับความใหญ่โตของหอไอเฟล แล้วผมก็ถามตัวเองว่า "ทำไมฉันจึงรู้สึกขัดแย้งกับมัน"

ผมตีความว่า นี่คือการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ผ่านสิ่งปลูกสร้าง การตีความเช่นนี้ ทำให้ผมไม่ Connect จากนั้นผมตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า "แล้วสิ่งเล็ก ๆ เช่น ต้นหญ้าบริเวณนั้นล่ะ"

ทันใดนั้นเอง ✨️

ผมก็รู้สึกถึงอคติของการตั้งคำถาม ที่มันมีรากมาจากปมเด่น ปมด้อย และปมแห่งความเท่าเทียมกัน เรียกรวม ๆ ว่า "มีการเปรียบเทียบเกิดขึ้นในใจ" 

ผมคิดว่า... มันคงจะดีถ้าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ได้ให้พื้นที่กับสิ่งเล็ก ๆ และเป็นหนึ่งเดียวกันได้

ถ้าผมถามต้นหญ้า, ท้องฟ้า, ก้อนเมฆ หรือน้ำพุตรงนั้น ว่า "เธอโอเคไหม" พวกเขาจะตอบว่าอย่างไร

จากนั้น "ภาพสีน้ำของหอไอเฟล" ก็ปรากฏขึ้นมาใจของผม เป็นภาพที่มีองค์ประกอบรายล้อมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า ก้อนเมฆ สายน้ำ ดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า และหอไอเฟล

ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ในภาพวาดที่งดงาม ความขัดแย้งในใจในตอนต้น จึงมลายหายไป กลับกลายเป็นบทสรุปที่ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ว่ามีสิ่งใดถูก หรือสิ่งใดผิด

เมื่อการมองของผมเองเปลี่ยนไป โดยมองเห็นหอไอเฟลเป็นของท้องฟ้า และมองเห็นท้องฟ้าเป็นของหอไอเฟล ผมก็ได้เห็นความงดงามแบบใหม่

หอไอเฟลชวนให้ผู้คนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า และท้องฟ้าตรงนั่นก็ทำให้หอไอเฟลงดงาม ความสมมาตร และความไม่สมดุลหลอมรวมกัน

เช่นเดียวกันว่า เมืองลียงก็คือปารีส และปารีสก็คือเมืองลียง ทุกสิ่งนั้นมีอยู่รวม ๆ กันจึงเป็นฝรั่งเศส และฝรั่งเศสก็เป็นส่วนหนึ่งในโลก 

ทุกอย่างงดงามในแบบที่เขาเป็น

ใจเรานั้นเองที่ไปแบ่งเขาออกจากกัน

 

เมื่อใจเราเปิดรับและเป็นอิสระ

ความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันก็ถูกเห็น

 

--- รัน ธีรัญญ์

  • 1 - 5 มิ.ย. 2569 Lyon
  • 6 - 8 มิ.ย. 2569 Paris
รัน ธีรัญญ์ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาภาวะผู้นำแบบ “Inner Growth for Outer Change”
Since:
Update:

Read : 18 times