Scan here!
Embedded QR Code

ถ้าอยู่ในธุรกิจการผลิต หลังจากการวางแผนงบประมาณการขาย แล้ว ก่อนเริ่มการวางแผนงบประมาณการผลิต ต้องพิจารณาอะไรก่อนวางแผนงบประมาณการผลิต

1. นโยบายสินค้าคงเหลือ (สำคัญที่สุด) 2. กำลังการผลิต (Capacity) 3. อัตราสูญเสีย
สินค้าคงคลัง สินค้าคงเหลือต้นงวดและสินค้าคงเหลือปลายงวด ก่อนวางแผนงบประมาณการผลิต เพื่อกำหนดปริมาณการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการขายและไม่เกิดสินค้าคงคลัง
ก่อนวางแผนงบประมาณการผลิต ต้องพิจารณา “นโยบายสินค้าคงเหลือ” ก่อน โดยดูว่า ต้นงวดมีสินค้าคงเหลือเท่าไร ต้องการให้ปลายงวดเหลือเท่าไรและยอดขายตามงบประมาณเท่าไร
ต้องพิจารณา สินค้าคงเหลือ (Inventory) ก่อน ได้แก่ สินค้าสำเร็จรูปคงเหลือต้นงวด และสินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการ รวมถึง กำลังการผลิต ของโรงงาน โดยคำนวณดังนี้ ปริมาณที่ต้องผลิต = ยอดขายตามงบประมาณ + สินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการ − สินค้าคงเหลือต้นงวด
ต้องดูสต๊อคสินค้าคงเหลือ
ต้องพิจารณางบประมาณหรือพยากรณ์การขายเป็นหลัก ลังจากนั้นต้องพิจารณานโยบายสินค้าคงคลังทั้งสินค้าสำเร็จรูป งานระหว่างทำ และวัตถุดิบ กำลังการผลิตและข้อจำกัดของเครื่องจักรกับแรงงาน แผนการผลิตและตารางการผลิต ปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้และระยะเวลารอวัตถุดิบจากผู้ขาย มาตรฐานต้นทุนการผลิต เช่น วัตถุดิบ แรงงาน และค่าใช้จ่ายการผลิต รวมถึงสภาพคล่องและความเสี่ยงด้านการจัดซื้อจัดหาและกำลังการผลิต
จำนวนขายชิ้น ราคาขายชิ้น ต้นทุนชิ้น กำลังคนและการผลิต
ตรวจสอบสินค้าคงเหลือ คำนวณจำนวนที่ต้องผลิต ตรวจสอบกำลังการผลิต
ควรพิจารณา ยอดขายที่วางแผนไว้และความต้องการของลูกค้าก่อน …เพราะจะช่วยให้รู้ว่าต้องผลิตสินค้าเท่าไร โดยต้องดูสินค้าคงเหลือที่มีอยู่และสินค้าคงเหลือที่ต้องการไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ผลิตมากเกินไปหรือน้อยเกินไป และช่วยควบคุมต้นทุนได้ด้วยค่ะ
ก่อนจัดทำก่อนจัดทำงบงบประมาณการผลิตบริษัทควรพิจารณาสามส่วนหลักได้แก่ 1 ยอดขายที่คาดคาดการณ์ไว้จากงบประมาณการขาย 2 สินค้าสำเร็จสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือต้นงวดที่มีอยู่แล้ว 3 สินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าและต้องการสินค้าขาด
พิจารณายอดขายที่คาดการณ์ สินค้าคงเหลือต้นงวด และสินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการ เพื่อกำหนดปริมาณการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด
งบประมาณสินค้าคงเหลือ
พิจารณาต้นทุนวัตถุดิบ ในการจัดซื้อเพื่อจะได้จัดสรรงบได้อย่างถูกต้อง
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณาก่อนเริ่มทำงบประมาณการผลิต คือ "นโยบายสินค้าคงคลังสำเร็จรูปและ "กำลังการผลิตจริงในปัจจุบัน"
สินค้าคงคลังและกำลังการผลิตจริง
ต้องวางแผนสินค้าคงคลังก่อนครับ
ต้องพิจารณานโยบายสินค้าคงเหลือและกำลังการผลิตก่อน เพื่อกำหนดปริมาณการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการขาย โดยไม่ผลิตมากเกินความจำเป็น
ก่อนวางแผนการผลิต ควรดู สินค้าคงเหลือที่มีอยู่และจำนวนสินค้าที่ต้องการเก็บไว้ปลายงวด ก่อน เพราะยอดขายที่คาดการณ์ไว้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องผลิตทั้งหมด เช่น ถ้ามีสินค้าเหลือจากช่วงก่อนหน้าเยอะ ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตเพิ่มเท่ากับยอดขายทั้งหมด ผมมองว่าตรงนี้สำคัญ เพราะการผลิตมากเกินไปก็ทำให้เงินจมอยู่ในสต็อกและเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น
ก่อนจะเริ่มวางแผนงบประมาณการผลิต ธุรกิจต้องพิจารณาเรื่อง สินค้าคงเหลือ (Inventory) เป็นหลักค่ะ โดยต้องดูทั้งสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือต้นงวดที่มีอยู่ในสต็อก และนโยบายสินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการเก็บสำรองไว้ เพื่อนำมาคำนวณหาจำนวนที่ต้องผลิตจริงควบคู่ไปกับขีดจำกัดด้านกำลังการผลิตของโรงงานค่ะ
: ต้องพิจารณาระดับสินค้าคงเหลือสำเร็จรูปก่อน เหตุผล: หลังจากจัดทำงบประมาณการขายแล้ว ธุรกิจต้องตรวจสอบสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ในปัจจุบัน และกำหนดปริมาณสินค้าคงเหลือที่ต้องการในปลายงวด เพื่อคำนวณว่าจะต้องผลิตสินค้าเพิ่มอีกจำนวนเท่าใดให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า
สินค้าคงคลัง
ต้องพิจารณาสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือต้นงวด และสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือปลายงวดที่ต้องการก่อนค่ะ เพื่อกำหนดจำนวนที่ต้องผลิตให้เพียงพอต่อการขายค่ะ
ต้นทุนการผลิตเครื่องจักร กำลังคน
พิจารณา งบประมาณสินค้าคงเหลือ (Inventory Budget) โดยเฉพาะปริมาณสินค้าคงเหลือต้นงวดและสินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการ เพราะต้องทราบก่อนว่ามีสินค้าพร้อมขายอยู่แล้วจำนวนเท่าไร และต้องสำรองสินค้าไว้เท่าไร จึงจะคำนวณปริมาณสินค้าที่ต้องผลิตได้ถูกต้อง
ก่อนจัดทำงบประมาณการผลิต กิจการต้องพิจารณา นโยบายสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปคงเหลือต้นงวดและปลายงวดที่ต้องการ เพื่อกำหนดปริมาณการผลิตให้เพียงพอต่อยอดขาย ลดปัญหาสินค้าขาดแคลนหรือสินค้าคงคลังมากเกินไป และช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
ต้องพิจารณาปริมาณสินค้าคงเหลือ (สินค้าสำเร็จรูป) ก่อนค่ะ
ในกระบวนการจัดทำงบประมาณธุรกิจ (Master Budget) หลังจากที่คุณได้ งบประมาณการขาย (Sales Budget) มาแล้ว และก่อนที่จะก้าวไปสู่การจัดทำ งบประมาณการผลิต (Production Budget) สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาและคำนวณให้รอบคอบคือ "นโยบายสินค้าคงเหลือปลายงวด (Ending Inventory Policy)" เพื่อเชื่อมโยงปริมาณที่คาดว่าจะขายให้เข้ากับปริมาณที่ต้องผลิตจริง โดยมีรายละเอียดและประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเริ่มวางแผนงบประมาณการผลิต ดังนี้ครับ 1. นโยบายสินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการ (Desired Ending Inventory Policy) ฝ่ายบริหารต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ต้องการให้มีสินค้าสำเร็จรูปเหลือเก็บไว้ในคลังสินค้าตอนสิ้นงวดจำนวนเท่าใด เพื่อป้องกันสินค้าขาดมือ (Stockout) และรองรับความต้องการของลูกค้าในงวดถัดไปได้อย่างราบรื่น วิธีคิด: โดยทั่วไปมักกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 10% หรือ 20%) ของยอดขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในงวดถัดไป 2. ปริมาณสินค้าคงเหลือต้นงวด (Beginning Inventory) คุณต้องนำจำนวนสินค้าสำเร็จรูปที่มีอยู่จริง ณ วันเริ่มต้นงวดมาหักลบออก ที่มา: สินค้าคงเหลือต้นงวดนี้ก็คือ สินค้าคงเหลือปลายงวดของงวดก่อนหน้า นั่นเอง ซึ่งจะช่วยลดภาระการผลิตในงวดปัจจุบันลง
ต้องพิจารณา ปริมาณสินค้าคงเหลือต้นงวดและสินค้าคงเหลือที่ต้องการปลายงวด ก่อนวางแผนงบประมาณการผลิต
นโยบายระดับสินค้าคงคลังปลายงวด และ สินค้าคงคลังต้นงวดที่มีอยู่จริง
พิจารณานโยบายและปริมาณสินค้าคงเหลือ
ก่อนเริ่มวางแผนงบประมาณการผลิต ควรพิจารณาระดับสินค้าคงเหลือก่อน โดยพิจารณาจากสินค้าคงเหลือต้นงวด ปริมาณการขายที่คาดการณ์ไว้ และสินค้าคงเหลือปลายงวดที่ต้องการ เพื่อกำหนดปริมาณการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และไม่ผลิตสินค้ามากหรือน้อยเกินไป