Reflection: Display Mode

สิ่งที่ชอบและจะนำไปใช้ หลักสูตร Empathic Leadership

ทำให้เห็นว่าแค่คำพูดเพียงคำๆเดียว แต่สามารถตีได้หลายความหมาย แค่เปลี่ยนคำพูดความหมายก็จะเปลี่ยน ดังนั้นค้องคิดให้ดีก่อนที่จะสื่อสารออกไป เนื่องจากคนเราเปลี่ยนความรู้สึกได้ยาก ส่วนแรงจูงใจเป็นสิ่งที่เสริมพลังให้แก่คนที่ถูกชม ทำให้มีความยินดี มีความสุขที่คนๆนั้นมองเห็นในสิ่งที่เราเป็น
ชอบเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย คิดว่าน่าจะนำไปปรับใช้ได้จริงในการทำงาน เพราะต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น มีสถานการณ์ที่ต้องใช้คำพูด แสดงสีหน้าท่าทางและเอ่ยปากชื่นชมหรือตำหนิอยู่แล้ว ก็จะเลือกเอาวิธีการชื่นชมที่ไม่กดผู้อื่น การตำหนิในเชิงสร้างสรรค์ไปใช้ค่ะ
ชอบที่วิทยากรสื่อสารได้ชัดเจน แจ่มแจ้ง ดูมีความรู้จริงๆในสิ่งที่ถ่ายทอด ชอบเนื้อหา เอาทฤษฎีมาถ่ายทอดเป็นภาษาง่ายๆ เข้าใจได้ดี และคิดว่า การเป็นผู้นำที่ดีนั้น ต้องเริ่มต้นด้วยความเคารพคนอื่นก่อน เคารพในความคิด สิ่งที่เค้าเป็น เพื่อให้เกิดความเห็นใจ เข้าใจในตัวบุคคล และไม่ตัดสินใครด้วยความคิดของตัวเอง
เริ่มต้นและปรับตัวที่ตนเองก่อน โดยเริ่มจาก เป็นผู้ฟังที่ดี ฟังด้วยหูตาใจ ก่อน ไม่ด่วนตัดสินใจใครเพียงแค่ แว๊บแรกที่เห็น ควรเข้าใจถึงปัญหาลึกๆและความต้องการที่แท้จริง ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือใด จะทำให้ เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น
ต่อไปจะรับฟังคนอื่นให้มากขึ้น โดยไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง แต่ต้องรับฟังด้วยใจ รับฟังด้วยตา และรับฟังด้วยการมองเห็น การคิดของคนๆหนึ่ง อาจไม่เหมือนเรา ดังนั้นจึงไม่ควรตัดสินเขาในด้านที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว
การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคนแบบไม่มีอคติ การรับฟังคำพูด ความรู้สึก ความต้องการของทีม รวมไปถึงสิ่งที่เราสามารถ support ได้ การวางภาพลักษณ์ของเราที่ดีจะส่งผลต้องมุมมองของคนอื่นได้
- การที่จะพูดสิ่งในหัวออกมา ควรคิดไตร่ตรองและรับฟังก่อน - การมีบุคคลิกภาพที่ดีไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม - การเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี
ชื่นชม การปรับวิธีการชื่นชมให้เหมาะ พอดี ได้รู้วิธีการสร้างแรงจูงในการทำงาน การใช้ชีวิต การพูดยังไงให้เค้ารู้สึกดี
เรียนรู้ถึงการชื่นชมคนอื่นด้วยความจริงใจ พูดเชิงบวกไม่ให้ผู้ฟังรู้สึกเสียใจ และมีกำลังใจที่จะทำในสิ่งดีให้ดียิ่งขึ้นไป รวมไปถึงพลังบวกดีๆที่เราสามารถมีให้กันกับเพื่อนๆร่วมงานได้
ชอบความคิดเชิงบวก ที่สารถนำไปใช้กับคนรอบข้างได้ดี การเรียนรู้เรื่องภาษากาย น้ำเสียงและคำพูด สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมค่ะ
การชื่นชมคนอื่นด้วยความจริงใจ มองเห็นถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของคนที่ลงมือทำ
การชม ที่ควรชมเจ้าไปให้ถึงแก่น และความพยายามของคนๆนั้น จะพยายามชมบ่อยมากขึ้นค่ะ
ได้ฝึกการชื่นชมคนอื่นแบบจริงใจ
ได้เรียนรู้วิธีการพูดชมถึงคุณค่าของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง
การชื่นชม การสื่อสารภายในทีม , ไม่ตัดสินคนจากแรกเห็น
เรียนว่า ชมยังไง ให้ impact ใจคนฟังได้ และระวังการแถมคำที่ไม่ควรลงในคำชมค่ะ
การให้คุณค่ากับการพูด เพื่อให้ทีมเห็นคุณค่าของตัวเอง
การพูดเชิงบวก ภาษากาย น้ำเสียงคำพูด การมีแรงจูงใจภายใน จะยั่งยืนกว่า การชื่นชมอย่างเหมาะสม
ได้เรียนรู้ถึงการพูดสิ่งดีๆกับเพื่อนร่วมงานความคิดเชิงบวกการศึกษาแบบองค์รวมที่มีน้ำเสียง คำพูด ท่าทาง
สื่อสารเชิงบวก ทั้งท่าทาง น้ำเสียง คำพูด และชื่นชมให้ลึกถึงคุณค่า
ชอบเรื่องการสื่อสารเชิงบวก เพราะทำให้คนที่ทำงานหรือคนที่ถูกชม มีแรงที่จะทำงานให้ดี และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และยังเป็นกำลังใจที่ดีอีกด้วย
ภาษากายเป็นสิ่งสำคัญต่อการสื่อสาร ต้องระมัดระวังให้การให้ เพราะอาจทำให้สารที่ส่งไปเปลี่ยนได้...
รับฟังได้อย่างเหมาะสมทั้งทางหูตาและใจ ทำให้การสื่อสารเชิงบวก ส่งเสริมการทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น
เรียนรู้การชื่นชมคนในทีมเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้คนในทีมมีกำลังใจในการทำงานให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้น
การสื่อสารเพื่อสร้างคุณค่า
การชื่นชมไม่จำเป็นค้องใช้คำสวยหรู แต่ชมด้วยความจริงใจผู้ที่ได้รับฟังก็เกิดความปิติในใจแล้ว
การไม่ตัดสินคนจากภายนอก การไต่ตรองก่อนจะพูดสิ่งที่คิดออกมา การเห็นอกเห็นใจต่อผู้ป่วย
ได้รู้จักทักษะการใช้คำชื่นชม ผลเชิงบวก จุดแข็ง และคุณค่า เพื่อพัฒนาต่อยอดในที่ทำงาน ในครอบครัวได้
ได้เรียนรู้การชื่นชมอย่างมีคุณค่าแท้จริง
ได้รู้การสื่อสาร การชื่นชม ในเชิงบวก นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวีน
ได้เรียนรู้วิธีชมในขั้นที่แอดวานซ์มากขึ้นการใช้ภาษากาย
สามารถชื่นชมกันได้เลย โดยไม่ต้องรอผลสำเร็จ และใช้คำพูดที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของคนนั้นด้วยความจริงใจ
การชื่นชมที่ดี จริงใจ คนฟังรับรู้ได้
การสร้างแรงจูงใจในทีม
แนวคิดภูเขาน้ำแข็ง มันจะช่วยให้เราแยกปัญหา ออกมาได้ดีขึ้นและช่วยแก้ปัญหา ได้ตรงจุดค่ะ
ได้เรียนรู้ทักษะการพูดแล้วการฟัง เพื่อที่จะพูดให้ผู้อื่นรับฟังและเข้าใจ รับฟังเพื่อที่จะเข้าใจผู้พูดและรู้ถึงความต้องการที่แท้จริง
การพัฒนาบุคลิกภาพให้เหมาะสมกับงาน และการรับฟังด้วยความเข้าใจ
ชอบเกี่ยวกับการพูดและการฟังที่ดี การให้เกียรติ การรับฟังปัญหาเพื่อหาทางแก้ไข จะนำการพูดและการฟังที่ดีไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับเราและเพื่อนร่วมงาน
การเป็นทั้งผู้พูด และ ผู้ฟังที่ดี , คิดก่อนที่จะแสดงท่าทางหรืออาการ ,ไม่ตัดสินความคิด ของผู้อื่น
ได้รู้จักตนเองและผู้อื่นมากขึ้น การไม่ด่วนตัดสินใจ คิดวิเคราะห์ก่อนพูด และการเคารพกันและกัน
การสังเกตท่าทาง การแสดงออก และการเปิดใจรับฟังผู้อื่นให้มากขึ้น ไม่ด่วนตัดสินใจหรือตัดสินแค่สิ่งที่เรามองเห็น
ฟังด้วยหู ด้วยตา ด้วยใจ จะพยายามใช้พร้อมกัน 3 อย่าง เพราะบางคนอาจจะแสดงออกม่แค่บางมุมเท่านั้น หรืออาจะไม่แสดงออกมาเลย ต้องเคารพกัน เป็นพื้นฐาน
ได้เรียนรู้เรื่องการเป็นความปลอดภัยทางใจให้ผู้อื่น เริ่มด้วยการเป็นผู้ฟังที่ดี เห็นอกเห็นใจ ไม่ตัดสิน ไม่เอาความคิดเห็นเราเป็นที่ตั้ง
ชอบการอธิบายพร้อมกับทำกิจกรรม และมีการสรุปจบสั้นๆในแต่ละpart เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในการทำงานและชีวิตประจำวัน
การยอมรับในตัวตนและสภาวะอารมณ์ คิดก่อนพูด
การรับฟัง โดยไม่ตัดสิน การเข้าใจความรู้สึก และการสื่อสาร นำไปสู้การช่วยเหลือ ทำให้ชีวิตการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เข้ากัยมากขึ้น มีความปลอดภัยทางใจมากขึ้น
การเสริมสร้างบุคลิกให้เป็นคนที่ปลอดภัยทางใจ ช่วยส่งเสริมให้เป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี + จับความรู้สึกของผู้ฟัง เพื่อให้เห็นอกเห็นใจและเข้าใจเขามากขึ้น
การฟังแบบตั้งใจค่ะ แล้วกลับมามองว่าเราเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้คนอื่นหรือเปล่า แล้วทางกลับกันหากเราไม่ได้อยุ่ในพื้นที่ปลอดภัยทางใจนั้น เราควรทำอย่างไร
ทุกคนล้วนมีความเป็นตัวเขา เราเองก็มีสตอรี่ เราไม่มีวันเข้าใจเขา แค่เราไม่ตัดสิน พยายามเข้าใจตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ เป็นผู้ฟังที่ดีและเป็น และเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต
การฝึก empathic listening
การเข้าใจผูเอื่น เริ่มจากการฟัง ฟังอย่างดี ฟังอย่างเข้าใจ ใส่ใจลงไป อย่ารีบตัดสินแค่เพียงผิวเผิน
ความเห็นอกเห็นใจที่ถูกวีธี
การปรับบุคลิกเพื่อเป็นผู้นำที่ดี และได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจมุมมอง ความคิดของผู้อื่น เรียนรู้ที่จะรับฟังโดยไม่ตัดสิน
การสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางใจให้กับทีม รับฟังอย่างเข้าใจ และให้การช่วยเหลืออย่างจริงใจและเหมาะสม
เรียนรู้ที่จะรับฟังอย่างเหมาะสม ไม่ด่วนตัดสินใจและมองเห็นความรู้สึกมองถึงความต้องการของผู้พูดได้อย่างเข้าใจและแสดงออกสนับสนุนได้อย่างเหมาะสม
การรับฟังมากขึ้น
รับฟัง เข้าใจ เห็นใจ สื่อสารดีขึ้น
ควรที่จะเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นผู้ฟังที่ดีฟังไปถึงความต้องการของเขาจริง ความรู้สึกของเขา
การให้ความหมายของอารมณ์/ความรู้สึก/สิ่งที่คิดในตอนนั้น จะช่วยให้จัดการอารมณ์ได้ง่ายขึ้น
การทำความเข้าใจ ผู้พูด การรับฟัง พร้อมแนวทางการการทำเข้าใจ
การรับฟัง ไม่ติดสิน
ความปลอดภัยทางใจ
ได้รู้จักตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น